ความสำคัญและพันธกิจ

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นความท้าทายสำคัญระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และสังคมทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ องค์การสหประชาชาติ (UN) และประเทศสมาชิกจึงได้ร่วมกันกำหนดกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับความท้าทายดังกล่าว ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และความตกลงปารีส (Paris Agreement) ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม พร้อมผลักดันให้ประเทศต่าง ๆ มุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว คณะกรรมการบริษัทจึงได้มอบหมายให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงมีบทบาทหน้าที่ในการกำกับดูแล กำหนดนโยบาย และพัฒนาแนวทางการบริหารจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นระบบ มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและสนับสนุนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ผ่านการพัฒนานวัตกรรมกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตลอดจนการดำเนินโครงการความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้สอดคล้องกับแนวทางสากล และสนับสนุนการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยตั้งเป้าหมายมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593 พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความตระหนักรู้ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความรับผิดชอบต่อสังคม และการดูแลสิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงในระยะยาว

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

นักลงทุน/ผู้ถือหุ้น
ผู้บริโภค
พนักงาน
สังคมและชุมชน
คู่ค้า/เจ้าหนี้

เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญ

เป้าหมาย
เป้าหมายระยะยาว
บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission)
ภายในปี 2593
เป้าหมายระยะสั้น
ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ร้อยละ 1.5
ภายในปี 2568
เป้าหมายระยะสั้น
ลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าและความร้อนลง
ร้อยละ 5-10
ภายในปี 2568
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้
4,142.52
ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 3.0
ลดการใช้ไฟฟ้าจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้
135,888
กิโลวัตต์-ชั่วโมง
ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ได้สูงถึง
5,562,687
กิโลวัตต์-ชั่วโมง ต่อปี
คิดเป็นมูลค่าพลังงานที่ประหยัดได้ 24.32 ล้านบาท
ลดปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าและความร้อนลง
5,713,768
กิโลวัตต์-ชั่วโมง
คิดเป็นอัตราลดลงร้อยละ 10.55

แนวทางการบริหารจัดการ

  1. กำหนดนโยบายและตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593 สอดคล้องกับเป้าหมายในระดับสากล ในการจำกัดการเพิ่มอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส
  2. จัดตั้งคณะทำงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่ในการจัดทำแผนงานและติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืน ตลอดจนรายงานผลการดำเนินตามแผนงานต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัท
  3. ประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกำหนดมาตรการรองรับและแนวทางการดำเนินงานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission)
  4. การจัดทำระบบบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกขององค์กร (CFO) และของผลิตภัณฑ์ (CFP) ตามมาตรฐานสากล ให้ครอบคลุมห่วงโซ่การดำเนินธุรกิจ สนับสนุนการระบุแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดกลยุทธ์และมาตรการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน
  5. ส่งเสริมพลังงานสะอาด ด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ (ICHITAN SUNERGY) ในกระบวนการผลิตเครื่องดื่มของโรงงานอิชิตัน กรีน แฟคทอรี่ ตามแนวทางของโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)
  6. สร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่าเพื่อลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อม

จากความมุ่งมั่นในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คณะกรรมการบริษัทจึงตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593 พร้อมทั้งมอบหมายให้คณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน และผู้บริหารระดับสูง กำกับดูแล กำหนด และพัฒนานโยบายและแนวทางในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมีคณะทำงานการพัฒนาที่ยั่งยืนซึ่งทำหน้าที่ในการจัดทำแผนงานและติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับโลกและระดับท้องถิ่นที่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจ รวมถึงมีการรายงานผลการดำเนินตามแผนงานต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน และคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO) เพื่อมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) ของประเทศไทยในระยะยาว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม มีการบริหารจัดการ ติดตาม และประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ตลอดจนการเข้าร่วมโครงการและกิจกรรมที่ส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่า อย่างไรก็ดี มีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรอบด้าน พร้อมกำหนดมาตรการรับมือกับความเสี่ยงดังกล่าวไว้อย่างเหมาะสม โดยมีคณะทำงานบริหารความเสี่ยงซึ่งทำหน้าที่ในการประเมินความเสี่ยงจากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกับคณะทำงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเป็นรายไตรมาส

บริษัทฯ ได้แบ่งแนวทางการจัดการก๊าซเรือนกระจกออกเป็น 3 ขอบเขต ได้แก่ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรง (ขอบเขตที่ 1) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม (ขอบเขตที่ 2) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (ขอบเขตที่ 3) ภายใต้กรอบการดำเนินงานซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของคณะทำงานด้านการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ (Task Force on Climate-related Financial Disclosure: TCFD) ผ่านโครงการและกิจกรรมสนับสนุน เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการผลิต โครงการพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ (ICHITAN SUNERGY) และโครงการบริหารประสิทธิภาพการขนส่งและการกระจายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ตลอดจนส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว

การประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ มุ่งมั่นในการรับมือกับความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจเกิดขึ้น โดยกำหนดให้คณะทำงานบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่ประเมินปัจจัยความเสี่ยงและผลกระทบรวมถึงโอกาสที่เกี่ยวข้องด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งนี้ ผลการประเมินความเสี่ยงดังกล่าวจะถูกรายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืนเพื่ออนุมัติมาตรการรับมือ หรือ แนวทางการดำเนินงานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มาตรการและแนวทางการรับมือความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ประเด็นความเสี่ยง มาตรการและแนวทางการรับมือ

ความเสียหายของสินทรัพย์

  • ประเมินสถานที่ตั้งของอาคาร อุปกรณ์ เครื่องจักร และสินทรัพย์ทางธุรกิจที่อาจมีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติ อย่างสม่ำเสมอ (เช่น น้ำท่วม ไฟไหม้ ภัยแล้ง เป็นต้น)

ธุรกิจหยุดชะงักฉับพลัน

  • ติดตามประเมินความเสี่ยงครอบคลุมด้าน ESG เพื่อวางแผนรับมือป้องกันและเตรียมการได้ทันสถานการณ์ ไม่ก่อให้เกิดการหยุดชะงักของธุรกิจ หรือก่อให้เกิดผลกระทบในระดับต่ำที่สุด

มลพิษทางอากาศ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ตลอดจนติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

การขาดแคลนวัตถุดิบ

  • วางแผนการจัดการสต็อกอย่างเหมาะสม
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้จัดหาวัตถุดิบหลายรายเพื่อให้มีทางเลือกในกรณีที่เกิดการขาดแคลน

อาชีวอนามัยและความปลอดภัยของพนักงาน

  • จัดทำและปรับปรุงนโยบายความปลอดภัยและแนวทางการจัดการความร้อนให้กับพนักงาน รวมถึงการจัดพื้นที่ให้มีอากาศหมุนเวียนและถ่ายเทสะดวก

การดำเนินงานและผลการดำเนินงาน

ข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จำแนกตามขอบเขต

(หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร (Direct GHG Emissions)

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect GHG Emission)

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect GHG Emission)

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ
ขอบเขต แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก (หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
ขอบเขตที่ 1 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงขององค์กร (Direct GHG Emissions) ได้แก่ การเผาไหม้อยู่กับที่ การเผาไหม้ที่มีการเคลื่อนที่ และการรั่วไหลและอื่นๆ 22,348 20,733 17,500
ขอบเขตที่ 2 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมจากการใช้พลังงาน (Energy Indirect GHG Emission) ได้แก่ การใช้ไฟฟ้า 22,180 24,273 22,541
ขอบเขตที่ 3 การปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางอ้อมอื่นๆ (Other Indirect GHG Emission) เช่น การได้มาของวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ 100,240 104,157 93,822
รวม 144,768 149,163 133,863

หมายเหตุ:

  • หน่วยงานผู้ทวนสอบข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร คือ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.)
  • ข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปี 2568 อยู่ระหว่างการตรวจรับรองจากหน่วยงานภายนอกและอาจมีการเปลี่ยนแปลง

ผลการดำเนินงาน

(หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วยการผลิต)

ผลการดำเนินงาน
ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ขอบเขตที่ 1 และ ขอบเขตที่ 2)

(หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อหน่วยการผลิต)

อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
อัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ Scope 2) 0.1224 0.1176 0.1077
ข้อมูลปริมาณการใช้พลังงาน

ปริมาณของการใช้พลังงานไฟฟ้า

(หน่วย: เมกะจูล)

ปริมาณของการใช้พลังงานไฟฟ้า ปริมาณของการใช้พลังงานไฟฟ้า

ปริมาณการใช้พลังงานความร้อน

(หน่วย: เมกะจูล)

ปริมาณการใช้พลังงานความร้อน ปริมาณการใช้พลังงานความร้อน
ปริมาณการใช้พลังงาน ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
ปริมาณของการใช้พลังงานไฟฟ้า 180,725,340 194,996,686 190,920,517
ปริมาณการใช้พลังงานความร้อน 266,137,750 297,602,207 304,165,531
รวม 446,863,090 492,598,893 495,086,048
ความเข้มข้นของการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต

(หน่วย: เมกะจูลต่อหน่วยการผลิต)

อัตราการใช้พลังงาน ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
อัตราการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิต 1,228.78 1,280.81 1,331.76
ข้อมูลปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

(หน่วย: ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า)

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

การใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์

การใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์

การบริหารประสิทธิภาพการขนส่งและการกระจายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การบริหารประสิทธิภาพการขนส่งและการกระจายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำประปา

การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำประปา การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำประปา

การจัดการขยะและของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ

การจัดการขยะและของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะและของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ
รายการ ปี 2566 ปี 2567 ปี 2568
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน 3,562.11 250.83 67.93
การใช้พลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ 1,299.51 1,250.08 1,239.37
การบริหารประสิทธิภาพการขนส่งและการกระจายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 238.10 227.45 212.80
การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำประปา 206.67 213.39 137.64
การจัดการขยะและของเสียจากกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ 1,786.87 1,338.83 2,484.78
รวม 7,093.26 3,280.58 4,142.52