ความสำคัญและพันธกิจ

“สิทธิมนุษยชน” ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาคมทั่วโลกให้ความสนใจ เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจจะนำไปสู่ความขัดแย้งและความเหลื่อมล้ำทางสังคมในอนาคต ในขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับ “มนุษย์” ในทุกกิจกรรมดำเนินงานทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆ ไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ ด้วยความมุ่งมั่นที่แก้ไขปัญหาดังกล่าว องค์การสหประชาชาติจึงได้ชี้แนะหลักการว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) เพื่อเป็นแนวปฏิบัติสำหรับภาคธุรกิจในการป้องกันผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างดี จึงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (พนักงาน คู่ค้า ลูกค้า ผู้ถือหุ้น นักลงทุน ชุมชนท้องถิ่น และสังคม ฯลฯ) ยึดมั่นและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนโดยกำหนดเป็นนโยบายและแนวทางปฏิบัติซึ่งสอดคล้องกับบทบัญญัติที่กำหนดไว้ในกฎหหมายท้องถิ่น กฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงมาตรฐานสากล อาทิ หลักการของสหประชาชาติว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UNGP) ปฏิญาณสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UDHR) ตลอดจนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการละเมิดสิทธิมนุษยชนตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้พนักงานเกิดความตระหนักรู้และความเข้าใจในเรื่องของการเคารพสิทธิมนุษยชน

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

พนักงาน 
สังคมและชุมชน 

เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญ

เป้าหมาย
การการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จำนวน 0 กรณี
จำนวนชั่วโมงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพพนักงาน
12 ชั่วโมง/คน/ปี
พนักงานที่ต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงาน (KPI)
ร้อยละ 100
ผลการประเมินความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร
มากกว่า ร้อยละ 80
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 ประเภทองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ในระดับ
"ดีเด่น"
จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
ร้อยละ 85
ของจำนวนพนักงานผ่านการทดสอบและเรียนรู้พื้นฐานกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชน
ในปี 2568 บริษัทฯ
ไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
จึงไม่มีกรณีการเยียวยาเกิดขึ้น
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับผลคะแนนความผูกพันของพนักงานอยู่ที่
ร้อยละ 85

แนวทางการบริหารจัดการ

1
กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติ

ด้วยความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ความมั่นใจว่าบริษัทฯ จะปฏิบัติต่อกับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม สอดคล้องตามหลักการของสหประชาชาติว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) รวมทั้งกฎหหมายแรงงานท้องถิ่น กฎหมายระหว่างประเทศ และมาตรฐานสากลครอบคลุุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ

2
กระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน

ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนซึ่งครอบคลุมกิจกรรมการดำเนินธุรกิจขององค์กร พร้อมจัดทำมาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงกระบวนการคุ้มครองและเยียวยาเพื่อรองรับผลกระทบดังกล่าว

3
การส่งเสริมสวัสดิการและกิจกรรมภายในองค์กร

จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการเพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างพนักงานและฝ่ายจัดการขององค์กร สนับสนุนการมีส่วนร่วมของพนักงานในการเสนอแนะความคิดเห็น และข้อร้องเรียน รวมถึงจัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานภายในองค์กร

4
การพัฒนาศักยภาพพนักงาน

ส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับได้รับความรู้และการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปี รวมถึงโครงการพัฒนาศักยภาพพนักงานต่างๆ ภายในองค์กร เพื่อยกระดับขีดความสามารถของพนักงานและเพิ่มประสิทธิผลการปฏิบัติงาน สนับสนุนความก้าวหน้าในทุกสายอาชีพ

5
การสื่อสารภายในองค์กร

มีการสื่อสารและส่งเสริมตระหนักรู้ด้านสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมให้กับพนักงานทุกระดับในองค์กรได้รับทราบอย่างสม่ำเสมอ

6
กระบวนการรับแจ้งเบาะแสและการเยียวยา

จัดให้มีช่องทางในการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนจากทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย เมื่อพบเหตุการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติต่อแรงงานที่ไม่เป็นธรรม

การดำเนินงานและผลการดำเนินงาน

ความหลากหลายทางเพศ
ความหลากหลายทางเพศ ทั้งหมด (ราย)
จำนวนพนักงานทั้งหมด 406
จำนวนพนักงานหญิง 127
จำนวนพนักงานชาย 279
ความหลากหลายทางอายุ
ช่วงอายุ หญิง (ราย) ชาย (ราย)
จำนวนพนักงานอายุน้อยกว่า 30 ปี 35 113
จำนวนพนักงานอายุ 30-50 ปี 86 151
จำนวนพนักงานอายุมากกว่า 50 ปี 6 15
ความหลากหลายทางศาสนา
ศาสนา หญิง (ราย) ชาย (ราย)
พุทธ 125 269
คริสต์ - 2
อิสลาม 2 7
ไม่เปิดเผย - 1
การจำแนกบุคลากรตามระดับตำแหน่ง

ผู้บริหารระดับสูง

หญิง
ชาย

พนักงานระดับบริหาร

หญิง
ชาย

พนักงานระดับปฏิบัติการ

หญิง
ชาย
ระดับตำแหน่ง หญิง (ราย) ชาย (ราย)
ผู้บริหารระดับสูง 1 4
พนักงานระดับบริหาร 16 14
พนักงานระดับปฏิบัติการ 110 261

จำนวนพนักงานใหม่

52

คน

จำนวนการจ้างงานผู้พิการ

2

คน

อัตราการลาออกของพนักงานทั้งหมด

ร้อยละ 0.91

อัตราค่าตอบแทนพนักงาน หญิง ต่อ ชาย

1.11

ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพนักงาน

จำนวน 933,970.75

บาท/ปี

จำนวนชั่วโมงอบรม เฉลี่ยต่อปี

12

ชม. /คน

คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความสำคัญในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างดี จึงกำกับให้มี “นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน” ให้สอดคล้องตามหลักการของสหประชาชาติว่าด้วยการดําเนินธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (UN Guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) รวมทั้งกฎหมายแรงงานท้องถิ่น กฎหมายระหว่างประเทศ และมาตรฐานสากลอื่น ซึ่งครอบคลุุมประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบริษัทฯ จะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและเป็นธรรม เคารพในสิทธิและความเสมอภาค โดยไม่ละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่ทุกคนพึงจะได้รับ ทั้งนี้ นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนได้มีการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ โดยคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญต่อองค์กร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการดำเนินธุรกิจขององค์กรในปัจจุบัน พร้อมติดตามรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืนและคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทบทวนกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (HRDD) จากกิจกรรมดำเนินงานขององค์กรที่ส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียภายนอกอย่างมีนัยสำคัญ

บริษัทฯ ได้จัดทำคู่มือกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) โดยดำเนินการตรวจสอบอย่างเป็นระบบเป็นประจำทุก 2 ปี ซึ่งประกอบไปด้วย 5 ขั้นตอนกระบวนการ เพื่อวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน จัดทำมาตรการบริหารความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบให้มีประสิทธิภาพ รวมถึงการติดตามและรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ ดังนี้

บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน โดยมีจุดประสงค์เพื่อระบุความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผลกระทบด้านลบอื่นที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมจากการดำเนินธุรกิจ และกิจกรรมอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า

การประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าวครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่การดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยมีขอบเขตครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าและกิจกรรมทางธุรกิจขององค์กร เช่น การจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง การผลิต การกระจายสินค้า การตลาดและการขาย เป็นต้น และประกอบไปด้วย 4 กลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย จำนวน 12 ประเด็น ดังนี้

พนักงาน
1

สภาพการทำงาน

2

สุขภาพและความปลอดภัย

3

เสรีภาพในการสมาคมการรวมกลุ่มและการเจรจาต่อรอง

4

การเลือกปฏิบัติ / การล่วงละเมิด

5

รูปแบบการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย

6

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

ลูกค้า
7

สุขภาพและความปลอดภัย

8

ข้อมูลความเป็นส่วนตัว

คู่ค้า/ผู้รับเหมา
9

สภาพการทำงาน

10

สุขภาพและความปลอดภัย

11

การเลือกปฏิบัติต่อคู่ค้าและผู้รับเหมา

ชุมชน
12

สุขภาพและความปลอดภัย

ในปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินการประเมินผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจต่อผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

โดยการประเมินดังกล่าวคำนึงถึงกลุ่ม เปราะบางที่อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ได้แก่ พนักงาน เด็ก ชนพื้นเมือง แรงงานข้ามชาติ แรงงานในสัญญาจ้างโดยบุคคลที่สาม และชุมชนท้องถิ่น เป็นต้น

จากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรทั้ง 12 ประเด็น บริษัทฯ ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน หากมีความเสี่ยงเกิดขึ้น ดังนี้

สิทธิพนักงาน
ประเด็นความเสี่ยง
  • สภาพการทำงาน
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • เสรีภาพในการสมาคมการรวมกลุ่ม/เจรจาต่อรอง
  • การเลือกปฏิบัติ / การล่วงละเมิด
  • รูปแบบการใช้แรงงานที่ผิดกฎหมาย
  • การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน

ผลกระทบ

  • การเลือกปฎิบัติในการจ้างงาน การใช้แรงงานบังคับ
  • การใช้แรงงานแรงงานเด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์
  • อัตราการลาออกของพนักงานสูงขึ้น
  • พนักงานได้รับสิทธิสวัสดิการที่แตกต่างกันไป
  • อันตรายจากเครื่องจักร/การสัมผัสสารเคมี
  • การใช้ จัดเก็บ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม
แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ด้านการปฎิบัติต่อแรงงานอย่างเป็นธรรมและมีมนุษยธรรม

  • ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
  • ดำเนินธุรกิจโดยไม่ใช้แรงงานบังคับทุกรูปแบบ
  • ปราศจากการใช้แรงงานเด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์กำหนด
  • การจัดสวัสดิการพนักงานให้เหมาะสม ผ่านการประชุมคณะกรรมการ สวัสดิการฯ

ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

  • ปฎิบัติตามนโยบายด้านความปลอดภัยฯ และตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน
  • จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานตามปัจจัยเสี่ยงเป็นประจำทุกปี
  • มีการประชุมคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยฯ ในการทำงาน

ด้านข้อมูลส่วนบุคคล

  • ปฎิบัติตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ พรบ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
  • มีการประชุมคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
  • ดำเนินการตามข้อกำหนด ISO 27001 อย่างเคร่งครัด
สิทธิลูกค้า
ประเด็นความเสี่ยง
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • ข้อมูลความเป็นส่วนตัว

ผลกระทบ

  • สิทธิในความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย
  • สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
  • สิทธิความเป็นส่วนตัว
แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ด้านการคุ้มครองสิทธิของลูกค้า

  • มีกลไกการรับเรื่องร้องเรียนลูกค้าผ่าน Call Center (ตรวจสอบ แก้ไข ติดตามข้อร้องเรียน)
  • อำนวยความสะดวกให้ผู้พิการสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการ
  • รับประกันความเสียหายจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้กับลูกค้า เมื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้ว

ด้านข้อมูลส่วนบุคคล

  • มีการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
  • มีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและไม่เผยแพร่ต่อบุคคลที่สาม
สิทธิคู่ค้า / ผู้รับเหมา
ประเด็นความเสี่ยง
  • สภาพการทำงาน
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • การเลือกปฏิบัติต่อคู่ค้าและผู้รับเหมา

ผลกระทบ

  • สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
  • สิทธิในคุณภาพชีวิตที่ดี
แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

  • ปฏิบัติตามกฎหมายและนโยบายความปลอดภัย อาชีวอนามัย
  • จัดให้มีการฝึกอบรมและปฏิบัติตามระเบียบปฏิปติเกี่ยวกับความปลอดกัยในการทำงาน
  • จัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลพื้นฐานและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ตามความเสี่ยง

ด้านอาชีวอนามัย

  • จัดให้มีการตรวจสุขภาพพนักงานตามปัจจัยเสี่ยงเป็นประจำทุกปี
  • มีการตรวจดวัดสุขภาพพื้นฐานก่อนการทำงานประจำวัน
สิทธิชุมชน
ประเด็นความเสี่ยง
  • สุขภาพและความปลอดภัย

ผลกระทบ

  • สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
  • สิทธิในคุณภาพชีวิตที่ดี
แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

ด้านสิ่งแวดล้อม

  • ดำเนินโครงการ Green Industry: level 5

ด้านการสื่อสารและความปลอดภัย

  • มีช่องทางในการสื่อสาร/สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนรอบโรงงาน

ทั้งนี้ ภายหลังการประเมินผลระดับความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ ดำเนินการจัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบและการเยียวยา ตลอดจนรายงานผลการดำเนินการต่อคณะกรรมการธรรมาภิบาลและความยั่งยืน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกปี รวมถึงสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้สำหรับแนวทางการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเท่าเทียม ผ่านการจัดกิจกรรม บอร์ดประชาสัมพันธ์ และเว็บไซต์ภายในขององค์กร

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีกระบวนการเยียวยาผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินกิจกรรมขององค์กรอย่างเหมาะสม อย่างไรก็ดี ในกรณีที่เกิดประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทฯ จะดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานอย่างต่อเนื่องตามมาตรการป้องกันและลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนของประเด็นที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะได้รับการชดเชยอย่างเหมาะสม เช่น การแสดงความขอโทษ การฟื้นฟูสภาพจิตใจของผู้เสียหาย การให้ความช่วยเหลือหลังเกิดเหตุการณ์ การชดเชยในทั้งในรูปแบบที่เป็นตัวเงิน หรือ ที่มิใช่เป็นตัวเงิน การลงโทษ และการป้องกันอันตราย เช่น คำสั่งห้าม หรือการรับประกันไม่ให้เกิดกรณีซ้ำ เป็นต้น ตลอดจนมีการดำเนินการลดหรือบรรเทาผลกระทบให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อควบคุมความเสียหายและป้องกันกรณีการเกิดซ้ำ

ในปี 2568 บริษัทฯ

ไม่พบกรณีการละเมิดสิทธิ มนุษยชน

จึงไม่มีกรณีการเยียวยาเกิดขึ้น

กระบวนการเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน
กระบวนการเยียวยาผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทฯ ดำเนินการปลูกฝังและสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มได้รับทราบผ่านทางระบบการสื่อสารภายในขององค์กร (Intranet) และรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ตลอดจนการส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (HRDD) ภายใต้โครงการธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน สำหรับภาคธุรกิจในตลาดทุนไทย (ระยะที่ 3) และสนับสนุนให้พนักงานทุกระดับได้เรียนรู้ในหลักสูตรพื้นฐานกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านอีกด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2568 ประเภทองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ในระดับ “ดีเด่น” จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อเป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชนให้กับองค์กรอื่นๆ ในการเสริมสร้างสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์ที่ได้และประโยชน์ที่ได้รับ:
ร้อยละ 85
ของจำนวนพนักงานผ่านการทดสอบและเรียนรู้พื้นฐาน กระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชน (Introduction to Human Rights due Diligence) ผ่านการเรียน E-Leaning จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทฯ มีบทบาทในการส่งเสริมและสนับสนุนการเคารพสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจ โดยได้เข้าร่วม การแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ ภายใต้โครงการฝึกอบรมและศึกษาดูงานใน หลักสูตรนักบริหารด้านสิทธิมนุษยชนระดับกลาง (บสก.) รุ่นที่ 3 ซึ่งจัดโดยสถาบันพัฒนาสิทธิมนุษยชน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม วันที่ 5 มิถุนายน 2569 จำนวน 55 คน

ในการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว บริษัทฯ ได้ถ่ายทอดแนวทางและประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการสิทธิมนุษยชนในองค์กร อาทิ การกำหนดนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน การบูรณาการหลักการด้านสิทธิมนุษยชนเข้ากับกระบวนการทำงาน และการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่พนักงานทุกระดับ เพื่อเป็นแนวทางให้แก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการ

การแบ่งปันองค์ความรู้ในครั้งนี้สะท้อนถึงบทบาทของบริษัทฯ ในฐานะองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม และมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนในภาคธุรกิจ ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นอกเหนือจากการจัดอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจตามหลักสิทธิมนุษยชนแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารและเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่สอดคล้องกันในทุกระดับขององค์กร

บริษัทฯ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ข้อมูลและแนวปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ ผ่านช่องทางการสื่อสารภายในที่หลากหลาย อาทิ อีเมลภายในองค์กร ระบบ Intranet จอประชาสัมพันธ์ ICHI What’s zaap และกลุ่มสื่อสารผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและทันต่อสถานการณ์

การสื่อสารดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชน การป้องกันความเสี่ยง และบทบาทหน้าที่ของพนักงานในการเคารพสิทธิมนุษยชน ตลอดจนสนับสนุนการนำแนวทางดังกล่าวไปปรับใช้ในการดำเนินงานจริง อันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน

บริษัทฯ เคารพและปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเป็นธรรม สอดคล้องตามปฏิญาณว่าด้วยหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้ความคุ้มครองในสภาพการทำงาน สุขภาพ และความปลอดภัยของลูกจ้างโดยมีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

1
การจ้างงาน

บริษัทฯ มีนโยบายพิจารณาว่าจ้างพนักงานอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ตามความเหมาะสมทั้งด้านความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ทัศนคติ และความประพฤติ จัดให้มีกระบวนการคัดเลือกอย่างเป็นระบบทั้งในรูปแบบข้อสอบข้อเขียน การทดสอบต่างๆ และการสัมภาษณ์ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด ยืนยันความเสมอภาคทางโอกาส และไม่นําความชอบของบุคคล ความคิดเห็นทางการเมือง อายุ หรือความทุพพลภาพ มาเป็นปัจจัยในการพิจารณาและตัดสินใจในการจ้างงาน

  • การจ้างงานผู้ด้อยโอกาส / กลุ่มเปราะบาง (ผู้พิการ)

ในปี 2568 บริษัทฯ มีการว่าจ้างผู้พิการเข้าทำงานเป็นพนักงานของบริษัทฯ ตามลักษณะงาน จำนวน 2 คน และได้อุปการะเลี้ยงดูผู้พิการที่มิได้เป็นพนักงานประจำอีกจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อส่งเสริมให้ผู้พิการมีโอกาสแสดงความสามารถอันก่อให้เกิดรายได้เลี้ยงชีพด้วยตนเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวและสังคมที่ต้องอุปการะเลี้ยงดู พร้อมทั้งดำเนินการส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 มาตรา 33 และมาตรา 35 อย่างครบถ้วน และทันเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

2
การไม่สนับสนุนการจ้างแรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย และการใช้แรงงานบังคับ

บริษัทฯ ไม่มีการจ้างแรงงานเด็กที่ผิดกฎหมาย แรงงานที่ถูกบังคับ หรือแรงงานทาส ยกเว้นแต่ในกรณีที่การจ้างงานเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอายุ ชั่วโมงการทำงาน การจ่ายค่าตอบแทนสุขภาพ และความปลอดภัย

3
การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนให้แก่พนักงาน ในรูปแบบเงินเดือนอย่างยุติธรรม สอดคล้องกับสภาวะทางเศรษฐกิจและอัตราค่าจ้างซึ่งเทียบเคียงได้กับธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกัน กำหนดให้มีนโยบายการแต่งตั้ง โยกย้าย รวมถึงให้รางวัลจูงใจ ตามความเหมาะสมและเป็นธรรม โดยไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงการจัดให้มีสวัสดิการอื่นๆ อย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมให้พนักงานและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น พนักงานสามารถพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน โดยสนับสนุนให้พนักงานมีการเก็บออมเพื่ออนาคตผ่านกองทุนสํารองเลี้ยงชีพอย่างสม่ำเสมอ

หมายเหตุ: รายละเอียดการจ่ายค่าตอบแทนและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพปรากฎตามแบบ 56-1 One Report (รายงานประจำปี 2568) ภายใต้หัวข้อ โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ และข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย ผู้บริหาร พนักงานและอื่นๆ, หัวข้อย่อย ”7.5 ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงาน”

4
การประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน

บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการประเมินผลการปฎิบัติงานอย่างเป็นธรรมด้วยแนวทางการวัดผลแบบบูรณาการ ซึ่งได้ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงาน ปีละ 1 ครั้ง โดยแบ่งองค์ประกอบของการประเมินออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การประเมินผลตามความสำเร็จของงาน (Key Performance Index: KPI) และการประเมินผลตามโครงการความร่วมมือ หรือ คณะทำงาน เพื่อนำผลที่ได้ไปพิจารณาเรื่องการปรับเงินเดือนประจำปี การให้โบนัสประจำปีแก่พนักงาน รวมถึงนำผลมาพิจารณาเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพ ทั้งนี้ ผลการประเมินที่ได้จะนำมาใช้ในการพัฒนาศักยภาพของพนักงานในระดับบุคคล และการบริหารทีมแบบองค์รวม เพื่อขับเคลื่อนประสิทธิผลขององค์กรให้เติบโตไปพร้อมกับความก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงานต่อไป

บริษัทฯ ได้นำผลประเมินการปฏิบัติงานของพนักงานมาวิเคราะห์ เพื่อกำหนดโครงการฝึกอบรมหรือพัฒนาศักยภาพหรือส่งเสริมความรู้ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1) พนักงานที่มีผลงานอยู่ในเกณฑ์ดี จะได้เข้าโปรแกรมเฉพาะ เช่น Talent Management เป็นต้น 2) พนักงานที่มีผลงานอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง จะได้เข้าโปรแกรมตามแผนฝึกอบรมประจำปีของทางบริษัท 3) พนักงานที่มีผลงานอยู่ในเกณฑ์ปรับปรุง จะได้เข้าโปรแกรม Performance Improvement Plan: PIP เพื่อให้ผลงานกลับมาอยู่ในระดับที่บริษัทคาดหวัง PIP จึงเป็นเครื่องมือในการช่วยให้พนักงานพัฒนาตนเอง เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างผลงานที่บริษัทต้องการอีกครั้ง

  • หลักเกณฑ์ในการประเมิน

1. การประเมินผลตามความสำเร็จของงาน บริษัทฯ มีระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System) ในการบริหารจัดการการปฏิบัติงานของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับในองค์กรให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ และเป้าหมายองค์กรร่วมกัน ในช่วงต้นปี บริษัทฯ มีการกำหนดดัชนีชี้วัดความสำเร็จส่วนบุคคล (Individual KPI) ซึ่งเป็นการตกลงร่วมกันระหว่างพนักงานและหัวหน้างานในแต่ละสายงาน เพื่อกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมาย และค่าน้ำหนักตัวชี้วัด ทั้งนี้ KPI ดังกล่าวสามารถปรับเพิ่มหรือลดได้ในระหว่างปีขึ้นอยู่กับทิศทางการดำเนินธุรกิจขององค์กร โดยจะต้องให้สอดคล้องกับดัชนีชี้วัดความสำเร็จขององค์กร (Corporate KPI)

2. การประเมินผลตามโครงการความร่วมมือ หรือ คณะทำงาน เพื่อส่งเสริมเป้าหมายและความสำเร็จของทีมแบบข้ามสายงาน เพื่อสนับสนุนรูปแบบการทำงานใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ บริษัทฯ ได้จัดทำการประเมินผลการปฏิบัติงานตามโครงการความร่วมมือ หรือ คณะทำงาน (Collaboration Projects / Working Group) โดยกำหนดเป้าหมายและความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อมุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภายนอกได้อย่างรวดเร็ว ทันกาล และลดต้นทุนค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในดัชนีชี้วัดความสำเร็จของทีมที่สอดคล้องกับดัชนีชี้วัดความสำเร็จขององค์กรด้วย

การวัดผลลัพธ์

บริษัทฯ ได้กำหนดระดับผลการประเมิน ให้จัดกลุ่มคะแนนผลการประเมิน เป็น 5 ระดับ ดังนี้

  • ระดับ 5 = ดีเยี่ยม (Excellent)
  • ระดับ 4 = ดีมาก (Very Good)
  • ระดับ 3 = ตามมาตรฐาน (Medium)
  • ระดับ 2 = พอใช้ (Fair)
  • ระดับ 1 = ปรับปรุง (Need Improvement)

ร้อยละ 100

ของพนักงานผ่านการประเมิน ผลการปฏิบัติงาน (KPI)

5
การพัฒนาและรักษาบุคลากร

บริษัทฯ กำหนดกลยุทธ์การบริหารทุนมนุษย์ (Human Capital Strategy) ระยะ 3 ปี (2568–2570) เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรให้สอดคล้องกับทิศทางธุรกิจ และรองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีความผันผวนสูง

กรอบการพัฒนาศักยภาพ (Competency Framework)

บริษัทฯ พัฒนาบุคลากรใน 3 มิติ ได้แก่

  • Knowledge Competency
  • Skill Competency
  • Attribute Competency

โดยดำเนินการผ่านกระบวนการ Training Need Analysis ครบ 100% ของตำแหน่งงาน และจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปี (ICHITAN Training Plan)

ผลการดำเนินงานปี 2568

  • ชั่วโมงการฝึกอบรมเฉลี่ย 12 ชั่วโมง/คน/ปี
  • พนักงานเข้าร่วมการฝึกอบรมเฉลี่ย 87.67%
  • อัตราการเลื่อนตำแหน่งจากภายในองค์กร 7.65%
การพัฒนา Talent และผู้นำรุ่นใหม่

บริษัทฯ จัดทำระบบระบุพนักงานศักยภาพสูง (High Potential Identification) และจัดทำ Individual Development Plan (IDP) รวมถึงวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับตำแหน่งสำคัญขององค์กร

Roadmap การพัฒนาทุนมนุษย์
  • 2567- 2570 : พัฒนา Leadership Pipeline ครอบคลุมตำแหน่งสำคัญ 80%
  • การดำเนินงานดังกล่าวช่วยสนับสนุนเป้าหมาย SDGs ข้อ 4 (การศึกษาที่มีคุณภาพ) และข้อ 8 (การจ้างงานที่มีคุณค่า)

ในปี 2568 บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาพนักงาน จำนวน

933,970.75

บาท/ปี

จำนวนชั่วโมงอบรม เฉลี่ยต่อปี (ชม.)

12

ชม. /คน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ออกแบบและพัฒนาโครงการต่างๆ ขึ้นภายในองค์กร เพื่อส่งเสริมศักยภาพให้กับพนักงาน ช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางความคิดให้พนักงานเกิดไอเดียและแรงจูงใจใหม่ๆ ในการพัฒนางาน หรือปรับปรุงประสิทธิภาพการทํางาน สอดคล้องตามนโยบายการพัฒนาบุคลากรขององค์กร มุ่งเน้นส่งเสริมการทํางานเป็นทีมและสร้างภาวะผู้นําในตัวพนักงานให้สามารถดําเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้หญิงได้ขึ้นสู่ตําแหน่งงานที่สูงขึ้นในสัดส่วนที่สมดุลกับผู้ชายได้มากยิ่งขึ้น ตลอดจนวางแนวทางการดูแลพนักงานที่มีศักยภาพเพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ผันผวนและมีการแข่งขันค่อนข้างสูง

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการจัดทำแผนฝึกอบรมประจำปี แจ้งวัตถุประสงค์ของแต่ละหลักสูตร เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ขององค์กรและสอดคล้องกับข้อบังคับทางกฎหมาย โดยได้มีการสื่อสารให้พนักงานทุกคนรับทราบผ่านช่องทางต่างๆ เช่น ในระบบ Intranet และบอร์ดประชาสัมพันธ์ภายในขององค์กร เป็นต้น

เป้าหมาย ในปี 2568

ร้อยละ 80

ของพนักงานที่ต้องเข้าอบรม ตามหลักสูตรที่กำหนด

ผลลัพธ์ ในปี 2568

ร้อยละ 87.67

ของพนักงานเข้าร่วมอบรม ตามหลักสูตรที่กำหนด

6
สวัสดิการพนักงาน

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัว ภายใต้แนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน (Sustainable Human Capital Management) เพื่อสร้างความผูกพันต่อองค์กร เสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงบวก และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอย่างมั่นคง

ในปี 2568 บริษัทฯ ดำเนินโครงการด้านสวัสดิการผ่านคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของพนักงาน โดยมีการประชุมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อพิจารณาแนวทางพัฒนาสวัสดิการให้สอดคล้องกับความต้องการของพนักงาน

กิจกรรมต่างๆ ครอบคลุมด้านสุขภาพ ความมั่นคงทางการเงิน และความสัมพันธ์ในครอบครัว ซึ่งสนับสนุนเป้าหมาย SDGs ข้อ 3 (สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี) และข้อ 8 (การจ้างงานที่มีคุณค่า) บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการดูแลพนักงานอย่างรอบด้านจะช่วยเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ความผูกพันองค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน

7
การสื่อสารภายในองค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายในองค์กรอย่างโปร่งใสและทั่วถึง เพื่อสร้างความเข้าใจในทิศทางการดำเนินธุรกิจ และเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง (Open Communication Culture) โดยมุ่งเน้นการสื่อสารแบบสองทาง (Two-way Communication) เพื่อให้พนักงานทุกระดับสามารถมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้อย่างสร้างสรรค์

บริษัทฯ จัดให้มีโครงสร้างการสื่อสารที่ชัดเจน ครอบคลุมทั้งรูปแบบทางการและไม่เป็นทางการ ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ ระบบ Intranet สื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร และการประชุมสื่อสารโดยผู้บริหารโดยตรง

กิจกรรมสื่อสารสำคัญในปี 2568

1. กิจกรรม “Happy Monday” (จัดเป็นประจำทุกเดือน)

ผู้บริหารระดับสูงสื่อสารทิศทางการดำเนินธุรกิจ ผลประกอบการ และอัปเดตเทรนด์ใหม่ของแบรนด์แก่พนักงานโดยตรง เพื่อสร้างความเข้าใจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Alignment) และเสริมสร้างความใกล้ชิดระหว่างผู้บริหารกับพนักงาน

  • จัดทั้งหมด 12 ครั้งต่อปี
  • พนักงานเข้าร่วมเฉลี่ย 80%
  • มีช่วง Q&A เปิดรับคำถามโดยตรงจากพนักงาน

2. การประชุม Townhall ประจำปี

จัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง เพื่อสื่อสารภาพรวมผลการดำเนินงาน วิสัยทัศน์ และแผนกลยุทธ์ในปีถัดไปให้พนักงานทุกคนได้รับทราบข้อมูลพร้อมกันอย่างเท่าเทียม

  • พนักงานเข้าร่วม 90%
  • มีการรวบรวมข้อเสนอแนะเพื่อนำไปพัฒนากลยุทธ์องค์กร

การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอและโปร่งใสช่วยให้องค์กรสามารถบริหารการเปลี่ยนแปลง (Change Management) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความพร้อมของบุคลากรต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

8
การสร้างความผูกพันภายในองค์กร

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement) ในฐานะปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กรด้านการเติบโตอย่างยั่งยืน การสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวก และการรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ (Talent Retention)

9
การบริหารจัดการและกระบวนการ

บริษัทฯ ดำเนินการส่งเสริมความผูกพันของพนักงานอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมระหว่างพนักงานกับองค์กรอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการทำงานร่วมกัน ความไว้วางใจ และความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงาน (Employee Engagement Survey) เป็นประจำทุกปี เพื่อประเมินระดับความพึงพอใจ ทัศนคติ และความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร

ผลการดำเนินงาน (Performance & Outcome)

จากผลการสำรวจความผูกพันของพนักงาน พบว่า ในปี 2568 ผลคะแนนความผูกพันของพนักงานอยู่ที่ ร้อยละ 85

  • พนักงานส่วนใหญ่มีความภาคภูมิใจในงานที่ตนเองรับผิดชอบ
  • พนักงานรับรู้ว่างานของตนมีคุณค่าและมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร

ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงประสิทธิภาพของการสื่อสารเป้าหมายและทิศทางขององค์กรที่ครอบคลุมพนักงานทุกระดับ รวมถึงการพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นในการทำงานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสม

ในปี 2568 ผลคะแนนความผูกพันของพนักงานอยู่ที่

ร้อยละ 85

10
การสื่อสารและการนำผลไปปรับปรุง (Feedback & Improvement)

บริษัทฯ มีการสื่อสารผลการสำรวจความผูกพันของพนักงานให้พนักงานรับทราบผ่านช่องทางอีเมลและการสื่อสารภายในองค์กร เพื่อสร้างความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำผลการสำรวจดังกล่าวมาวิเคราะห์และใช้เป็นข้อมูลประกอบการปรับปรุงกระบวนการทำงาน รวมถึงการพัฒนาบรรยากาศในการทำงานให้เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน

11
กระบวนการร้องทุกข์และการลงโทษทางวินัย

บริษัทฯ มีกระบวนการรับเรื่องร้องเรียนซึ่งพนักงานสามารถแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนได้ตามช่องทางที่ระบุไว้ใน “นโยบายแจ้งเบาะแสการกระทำผิดหรือข้อร้องเรียน” โดยให้พนักงานที่รู้สึกว่าตนมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกข่มเหง การถูกเลือกปฏิบัติ การถูกละเมิดสิทธิ หรือตกเป็นเหยื่อของผู้อื่นมีสิทธิร้องเรียนปัญหาตามกระบวนการร้องเรียนได้ หรืออาจส่งมาที่กล่องรับความคิดเห็น หรือปรึกษาโดยตรงได้ที่หัวหน้างานแต่ละสายงาน

บริษัทฯ มีมาตรการคุ้มครองสิทธิและรักษาความลับของผู้ร้องเรียนและผู้ให้เบาะแสที่กระทำโดยเจตนาสุจริต โดยจะปกป้องชื่อ ที่อยู่ หรือข้อมูลอื่นใดที่สามารถระบุตัวตนของผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแสได้ รวมถึงจำกัดผู้รับผิดชอบในการดำเนินการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนดังกล่าวในการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะได้ ทั้งนี้ ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบตรวจสอบข้อเรียนมีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลและเอกสารหลักฐานของผู้ร้องเรียนและผู้แจ้งเบาะแส ห้ามเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามหน้าที่ที่กฏหมายกำหนด

การลงโทษทางวินัย หากพนักงานหลีกเลี่ยงที่จะไม่ปฏิบัติตามระเบียบวินัยหรือฝ่าฝืนข้อห้ามมิให้ปฏิบัติ พนักงานจะได้รับคำตักเตือนจากผู้บังคับบัญชาโดยใช้หลักในการปกครองเบื้องต้น ซึ่งบริษัทฯ จะไม่บังคับใช้การลงโทษ บังคับข่มเหงทางร่างกายและจิตใจ หรือการละเมิดทางวาจาต่อพนักงานอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ การลงโทษหนักเบาขึ้นอยู่กับชนิดของการกระทำผิดและเจตนา ผลของการกระทำและคุณงามความดีในอดีต โดยมีขั้นตอนทางวินัยตามลำดับ และหากมีให้ออกจากงานบริษัทฯ จะชดเชยตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด

การรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภายนอกระดับจังหวัด

ในปี 2568 บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภายนอกระดับจังหวัด ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบโดยกระทรวงแรงงาน เพื่อยกย่องกิจการที่มีการบริหารจัดการด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการที่ดีเยี่ยมต่อเนื่อง

รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่น ด้านแรงงานสัมพันธ์ ระดับประเทศ ปีที่ 5

การส่งเสริมสวัสดิการให้กับพนักงาน

เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดความตระหนักถึงความเท่าเทียมกัน สนับสนุนการเคารพสิทธิของกันและกันในพนักงานทุกระดับ บริษัทฯ จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ เพื่อเป็นตัวกลางในการสื่อสารระหว่างพนักงานกับองค์กร สนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของพนักงานในการแสดงมุมมอง ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อร้องเรียนต่างๆ ผ่านตัวแทนที่ได้รับการเลือกตั้ง โดยได้จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และการดำเนินงานของคณะกรรมการสวัสดิการประจำสถานประกอบกิจการ เช่น ส่งเสริมกิจกรรมสร้างสัมพันธ์ต่อพนักงาน การปรับปรุงสวัสดิการและสภาพแวดล้อมในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เป็นต้น

บริษัทฯ มีจำนวนกรรมการในคณะกรรมการสวัสดิการตามที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมสวัสดิการมีการประชุมร่วมหารือกับตัวแทนฝ่ายบริหารที่เป็นตัวแทนของบริษัททุกเดือน โดยมีการบันทึกรายงานการประชุมซึ่งจัดทำขึ้นและประกาศให้พนักงานทราบทั่วกัน โดยหัวข้อการประชุมที่มีการดำเนินการปรับปรุง เช่น การทบทวนสวัสดิการและสภาพแวดล้อมในการทำงานของพนักงาน การเพิ่มกิจกรรมเพื่อสุขภาพ การลดภาระค่าใช้จ่ายพนักงาน เป็นต้น ในปี 2568 บริษัทฯ จึงได้ดำเนินโครงการดังต่อไปนี้

กิจกรรมด้านความยั่งยืน

บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินกิจกรรมด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม