ความสำคัญและพันธกิจ

บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้าง Innovation-Led Growth ผ่านกระบวนการนวัตกรรม เพื่อผลักดันการใช้นวัตกรรมขยายธุรกิจไปสู่มิติใหม่ (Diversification) และจากแนวโน้มสภาวะเศรษฐกิจผันผวนบริษัทจึงปรับตัวด้วยการใช้กลยุทธ์ Cost Leadership ซึ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมเพื่อรักษาฐานสินค้าเดิมควบคู่กับการปรับกระบวนการภายในเพื่อใช้ทรัพยาการทางการผลิตอย่างมีคุณค่าสูงสุด (Resource Optimization) รวมถึงมีการวางระบบเพื่อบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

นอกจากนั้น บริษัทมีความมุ่งมั่นในด้านการพัฒนากระบวนการอยู่เสมอโดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการติดตามข้อมูลดิจิทัล (Digital Transformation & Data Analytics) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Operational Efficiency ), ช่วยลดการสูญเสียในกระบวนการ (Waste Reduction), สนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม (Carbon Footprint Reduction) และการฝึกอบรมบุคลากรให้พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี (Workforce Readiness ) เพื่อความยั่งยืนของบุคลากรและองค์กรในระยะยาว (SDG 9: Industry, Innovation and Infrastructure) ผลดังกล่าวทำให้ในปี 2568 ได้รับพิจารณารับรางวัลสำหรับอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน Industrial 4.0 Recognition 2025 จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นเครื่องหมายยืนยันถึงความสำเร็จในการประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงตามแนวทางอุตสาหกรรม 4.0 (Smart Manufacturing)

ผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริโภค 
สังคมและชุมชน 
คู่ค้า/เจ้าหนี้ 

เป้าหมายและผลการดำเนินงานที่สำคัญ

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ
จากการดำเนินโครงการร่วมกันข้ามสายงาน (Collaboration Project) จำนวน 62 โครงการ ช่วยลดต้นทุนจากกระบวนการผลิต เป็นมูลค่ากว่า
22 ล้านบาท
บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาออกสู่ตลาดในอนาคต
มากกว่า 60 รายการ

แนวทางการบริหารจัดการ

  1. เพิ่มตัวแทนจากฝ่ายธุรกิจใหม่ (New Business Division) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานด้านนวัตกรรม (Innovation Committee) เพื่อผลักดันการใช้นวัตกรรมขยายธุรกิจไปสู่มิติใหม่ (Diversification)
  2. สร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่องานวิจัยต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจ
  3. สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ หน่วยงสนภาครัฐ องค์กรอิสระ และผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า ในการพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน
  4. ส่งเสริมการพัฒนาภายในองค์กรผ่านการทำโครงการพัฒนาข้ามสายงาน ( Collaboration projects) และการประกวดผลิตภัณฑ์ใหม่ (Creativity Products) โดยเพิ่มกิจกรรมเสริมความรู้ภายใต้โครงการย่อย “ToolKit คิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม” เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนาสิ่งใหม่
  5. การวางพื้นฐานการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การให้ความรู้และการยื่นของรับรองสิทธิ์คุ้มครองงานออกแบบบางรายการ
การดำเนินงานและผลการดำเนินงาน
การเสริมสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรม

งานผลิตภัณฑ์ใหม่จากการประกวด และจากงานพัฒนาภายใน

ในปี 2568 มีพนักงานร่วมกันนำเสนอผลงานผลิตภัณฑ์ผ่านโครงการประกวด Creativity Product จำนวน 8 รายการ อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณาต่อยอดเพื่อออกจำหน่าย และทำให้ปัจจุบันทางบริษัทมีรายการผลิตภัณฑ์อีกมากกว่า 60 รายที่มีความพร้อมสำหรับนำมาพัฒนาเป็นสินค้าออกจำหน่ายเมื่อโอกาสมาถึง

นอกจากผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากการประกวดแล้วยังมีสินค้าใหม่เกิดขึ้นในปี 2568 จำนวน 6 รายการ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภค และเป็นการกระตุ้นตลาดเครื่องดื่มทั้งในประเทศไทย ประเทศเพื่อบ้าน เพิ่มยอดขายให้กับบริษัทมากกว่า 60 ล้านบาท และมีสินค้าของบริษัทที่คิดค้นเพื่อวางจำหน่ายในตลาดประเทศอินโดนีเซีย 3 รายการ

# กลุ่มสินค้าใหม่ภายในประเทศ 6 รสชาติ

สินค้าใหม่สำหรับประเทศอินโดนีเซีย 3 รสชาติ

งานพัฒนานวัตกรรมกระบวนการเพื่อความยั่งยืนในปี 2568

(Process Innovation & Circular Economy)

(SDG 12: Responsible Consumption and production)

1. Circular Economy Model (rPET Project): บริษัทฯ ได้เริ่มใช้นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ขวด rPET ตั้งแต่เดือน มิถุนายน 2567 และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเรื่อยไป เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมแสดงความรับผิดชอบเพื่อช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decolonization) และรองรับผลกระทบหรือความเสี่ยงจากการมาตรการคุมของรัฐเพื่อมุ่งสู้ความเป็นกลางทางคาร์บอนในอนาคต (Carbon Neutrality / Net Zero)

ผลของกิจกรรม : ในปี 2568 สามารถช่วยเก็บกลับขวดเครื่องดื่มที่ทำจากพลาสติกชนิด PET หลังการใช้งาน (Post Consumer Waste) และนำเข้าสู่กระบวนการแปลงเป็น rPET กลับมาใช้ซ้ำซึ่งเป็นการลดการใช้พลาสติกใหม่ (Virgin PET) ได้เพิ่มอีกมากกว่า 140 ตัน ซึ่งเป็นขวดที่เก็บรวบรวมจากกิจกรรมภายในโรงงาน, การทำโครงการเพื่อรับซื้อขวด PET จากครัวเรือนของพนักงาน และกิจกรรมการขยายผลเป็นโครงการ ICHITAN Re-Circle ซึ่งรับซื้อขวด PET จากโรงเรียนที่ร่วมโครงการและโรงแรมในเครือของพันธมิตร ช่วยสร้างรายได้กลับคืนสู่พนักงานและผู้อยู่อาศัยในชุมชนผ่านเครือข่าย You-Tern และสถานศึกษาที่สมัครร่วมโครงการ

2. Resource Efficiency: อาศัยการทำกิจกรรม Collaboration Project ซึ่งเป็นพื้นที่ให้พนักงานรวมกลุ่มกันข้ามสายงานเพื่อทำโครงการปรับปรุง หรือนำเสนอแนวทางพัฒนากระบวนการใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ทั้งในด้านของการแก้ปัญหาที่มีอยู่, การปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพของกระบวนการที่ดีขึ้น หรือการสร้างผลประหยัดจากการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เป็นต้น

ผลของกิจกรรม : ในปี 2568 เป็นมิติของการแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Efficiency Enhancement)เป็นส่วนมาก เมื่อนับเป็นผลประหยัดทางตรงจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท หากแต่ได้ผลข้อมูลการศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Studies) ของวิธีแก้ปัญหาหรือลดข้อจำกัดทางการผลิตอีกกว่า 10 รายการ เพื่อนำมาขยายผลใช้งานในกระบวนการผลิตปี 2569 หรือในอนาคตได้ ยกตัวอย่างโครงการสำคัญได้แก่ การออกแบบเครื่องมือและกระบวนการฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อภายในรางลำเลียงขวด, การปรับปรุงประสิทธิภาพการขนถ่ายและผสม Amalty Syrup ,การพัฒนาระบบติดตามสถานะคลังสินค้า เป็นต้น

งานด้านนวัตกรรมแบบเปิดและความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

(Open Innovation & Strategic Collaboration)

(SDG 17: Partnerships for the Goals)

Open Innovation Roadmap 2026: บริษัทฯ ได้ร่วมสังเกตการณ์กิจกรรมประกวดนวัตกรรมกับพันธมิตร อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (RMUTT) และ Thai Coconut ในปี 2568 เพื่อนำกิจกรรมมาออกแบบปรับใช้กับกิจกรรมของบริษัทโดยอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมในการจัดโครงการประกวดผลิตภัณฑ์จากนิสิตและอาจารย์ซึ่งมีแผนในช่วงกลางปี 2569 ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่บริษัทฯ เปิดรับไอเดียจากคนรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จริงผ่านเวทีประกวดซึ่งเป็นการเปิดรับแนวคิดจากบุคคลภายนอก (External Perspectives) จะช่วยให้บริษัทฯ ค้นพบความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค (Unmet Needs) และนำมาสู่การปรับปรุงกระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความยั่งยืนได้ดียิ่งขึ้น

Academic Research Collaboration : บริษัทฯ มุ่งมั่นบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตตามหลักการ Circular Economy , Zero Waste และ De-carbonization โดยได้แสดงความรับผิดชอบต่อการจัดการขยะขวดพลาสติก PET แล้วทางหนึ่ง ปี 2568 คณะทำงานด้านนวัตกรรมของบริษัทฯ จึงพยายามสร้างความร่วมมือเพื่อศึกษากรรมวิธีเพื่อนำกากชาเปียกมาต่อยอดสร้างประโยชน์ เพื่อยกระดับจากการกำจัดทิ้งเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม Waste to Value และ Zero Waste โดยอาศัยความร่วมมือทางวิชาการ (Academic Collaboration) กับมหาวิทยาลัยชั้นนำ 3 แห่ง เป็นการขับเคลื่อน Circular Economy และ De-carbonization ผ่านเครือข่ายความร่วมมือเพื่อใช้การสร้างนวัตกรรมเป็นกลไกเปลี่ยนกากชาให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน ผ่านงานหัวข้อวิจัยดังนี้:

การพัฒนาสารสกัดชีวภาพเพื่อเกษตรกรรมยั่งยืน (ร่วมกับ ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยมหิดล)

กระบวนการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ร่วมกับ ภาควิชาวิศวกรรมเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

พลังงานทางเลือกและการแปรรูปวัสดุเหลือใช้ (ร่วมกับ ภาควิชาฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์)

งานด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาและการบริหารจัดการองค์ความรู้

(Intellectual Property Management)

  • Professional Patent Agency: มี "ตัวแทนสิทธิบัตร (Patent Agent)" ที่ผ่านการอบรมและได้รับอนุญาตเป็นตัวแทนสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เป็นการสร้างผู้เชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะ (Internal Expertise) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการสำรับคุ้มครองสิทธิ์ให้ Innovation Pipeline ขององค์กร พร้อมทั้งสามารถดำเนินงานให้เกิด Knowledge Dissemination เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้สู่สาธารณะตามหลักธรรมมาภิบาลได้อย่างเป็นระบบ
  • IP Portfolio Expansion: ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ยื่นขอรับรองสิทธิคุ้มครองงานออกแบบเพิ่มเติมอีก 3 รายการ ในกลุ่มงานออกแบบบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นงานออกแบบทางเทคนิคจากประสบการณ์ที่มีอย่างยาวนานของทีมงานในบริษัท
  • Knowledge Dissemination: นอกจากการคุ้มครองสิทธิ์ บริษัทฯ ยังมีนโยบายเผยแพร่องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมเพื่อสังคมผ่านรายงานความยั่งยืนและสื่อภายใน เพื่อให้คู่ค้าและผู้สนใจสามารถนำแนวคิดไปปรับใช้ อันเป็นการขยายประโยชน์นวัตกรรมสู่สังคมในวงกว้าง