สังคม
สังคม

โครงการหุ่นยนต์อิชิตันดินสอ

บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ดำเนินการโครงการหุ่นยนต์อิชิตันดินสอ ภายใต้กรอบ “มาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม” ตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ 24/2565 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศอย่างยั่งยืน โครงการดังกล่าวเข้าข่ายการสนับสนุน “สถานพยาบาลของรัฐ” ตามที่ระบุในประกาศ BOI โดยเป็นการสนับสนุนอุปกรณ์และนวัตกรรมทางการแพทย์ อาทิ หุ่นยนต์ AI เพื่อช่วยลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วย ซึ่งสอดคล้องกับขอบข่ายการสนับสนุนด้านสาธารณสุขที่มาตรการ BOI กำหนดไว้

ในด้านการกำกับดูแล (Governance of Social Investment) โครงการหุ่นยนต์อิชิตันดินสอได้รับการพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการบริหาร ภายใต้วาระการพิจารณาการอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินโครงการภายใต้กระบวนการกำกับดูแลที่เป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลขององค์กรและกรอบนโยบายภาครัฐ

นอกจากนี้ ลักษณะของโครงการยังสอดคล้องกับหลักเกณฑ์สำคัญของมาตรการ BOI ที่มุ่งเน้น

  • การสร้างประโยชน์ต่อชุมชนและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
  • การลงทุนที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว
  • การสนับสนุนองค์กรภาครัฐด้านสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการ

การดำเนินโครงการภายใต้กรอบดังกล่าวจึงสะท้อนถึงบทบาทของบริษัทในการเป็นภาคเอกชนที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม (Responsible Corporate Citizen) และการลงทุนเพื่อสังคมที่สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศในระดับมหภาค

ในบริบทของระบบสาธารณสุขไทยที่ต้องรองรับความต้องการด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บุคลากรทางการแพทย์ต้องปฏิบัติงานภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา ทรัพยากร และภาระงานที่มีความซ้ำซ้อนสูง ส่งผลต่อทั้งประสิทธิภาพการให้บริการ คุณภาพการดูแลผู้ป่วย และสุขภาวะของบุคลากรเอง บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความท้าทายดังกล่าว และเล็งเห็นบทบาทของภาคเอกชนในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนระบบสาธารณสุข เพื่อช่วยเสริมศักยภาพการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเหมาะสมและยั่งยืน

จากแนวคิดดังกล่าว บริษัทจึงได้ริเริ่มโครงการ “หุ่นยนต์อิชิตันดินสอ” ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระงานที่ใช้ทรัพยากรบุคคลจำนวนมาก และเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการดูแลผู้ป่วย โดยมุ่งเน้นการสนับสนุนการทำงานของแพทย์และพยาบาล ไม่ใช่การทดแทนบุคลากร

เพราะอิชิตันทราบดีว่า...แต่ละวัน บุคลากรทางการแพทย์ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญ ภายใต้เวลาที่จำกัด และมีภาระงานที่ซ้ำซ้อนจำนวนมาก หุ่นยนต์อิชิตันดินสอ AI Technology จึงเกิดขึ้นเพราะเราเชื่อว่า งานหนักของแพทย์และพยาบาลหลายอย่าง ถ่ายโอนให้ระบบที่แม่นยำกว่าได้ 480 หุ่นยนต์ พร้อมลงสนามให้บริการ 30 โรงพยาบาล เพื่อสอบถามประวัติ วัดชีพจร แจ้งวอร์ดตรวจ แม่นยำไว้ใจได้ ดูแลผู้ป่วยใน ตรวจวัดอุณหภูมิ แจ้งเตือนการใช้ยา ติดตามอาการ แบ่งเบาภาระการตรวจ เพิ่มคุณภาพการพักฟื้นผู้ป่วย เทคโนโลยีAI ล้ำสมัย แม่นยำสูง ทำงานมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่องไม่เหน็ดเหนี่อย

"การลงทุนกว่า 381,908,204 บาท เพื่อเป้าหมายลดภาระงาน คืนเวลาให้บุคลากรทางการแพทย์ไทย บุคลากรทางการแพทย์ feel good อิชิตันHappy การลงทุนครั้งนี้ ไม่ใช่การนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนคน แต่คือการสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระของคุณหมอและพยาบาลโดยเฉพาะ

โครงการนี้เน้นการสร้างคุณค่าร่วม (Shared Value) และผลกระทบเชิงบวกที่วัดผลได้ ในมิติสังคมและเศรษฐกิจ ดังนี้

มิติสังคม (Social Dimension): การส่งเสริมสุขภาวะและสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข อิชิตัน กรุ๊ป ยึดมั่นในหลักการเสริมสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางแพทย์

  • Labor Practices & Human Rights: ลดภาระงาน (Workload) ของแพทย์และพยาบาลอย่างเป็นรูปธรรม ช่วยลดภาวะความเหนื่อยล้า (Burnout) และเพิ่มประสิทธิภาพในการดูแลผู้ป่วยด้วยระบบ Automation และร่วมดูแลบุคคลากรด้วยการส่งมอบหุ่นยนต์พร้อมอิชิตันน้ำด่างเพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์อย่างต่อเนื่อง สะท้อนจุดยืน "ส่งต่อคุณค่า" ผ่านน้ำด่างอิชิตัน และหุ่นยนต์ดินสอที่ดูแลสังคมทั้ง "กายและใจ" โครงการนี้เป็นเครื่องมือตอกย้ำความตั้งใจของแบรนด์เพื่อขอบคุณลูกค้าที่สนับสนุนอิชิตันมาโดยตลอด
  • Customer & Community Responsibility: หุ่นยนต์ดินสอแบบ One Stop Service ช่วยลดความแออัดในพื้นที่คัดกรอง และหุ่นยนต์ดินสอมินิช่วยดูแลสุขภาพจิตผู้ป่วยผ่านฟังก์ชันความบันเทิง สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนด้านการได้รับการดูแลอย่างสมศักดิ์ศรี

มิติเศรษฐกิจ (Economic Dimension): นวัตกรรมและการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบสาธารณสุข โครงการนี้สะท้อนถึงการบริหารจัดการทรัพยากรที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว (Economic Value Added) ต่อชุมชนและคู่ค้า:

  • Innovation Management: การนำเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาใช้ช่วยลดต้นทุนแฝงจากการรอคอยและข้อผิดพลาดในระบบคัดกรอง (OPD) ส่งผลให้โรงพยาบาลบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด แต่ทั้งนี้ในเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล"ระบบมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย (PDPA) และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย" Cyber Security & Data Privacy รวมไปถึงหุ่นยนต์หากหุ่นยนต์นี้ช่วยลดการใช้กระดาษ (Paperless) หรือการใช้พลังงานที่ประหยัด (Energy Efficient) ตามแนวทาง ESG (Environment, Social, Governance) อีกด้วย
  • Supply Chain Collaboration: การร่วมโครงการนี้ร่วมกับคู่ค้าทางธุรกิจ (Partnership) สะท้อนถึงธรรมาภิบาลและการสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสร้างผลกระทบทางสังคมที่กว้างขึ้น
  • Social Investment: การส่งมอบอุปกรณ์มูลค่ารวมกว่า 381,908,204 บาท และ 30 โรงพยาบาล ถือเป็นการลงทุนทางสังคมที่ช่วยลดงบประมาณภาครัฐ และเสริมสร้างความมั่นคงทางสาธารณสุขในระดับภูมิภาค

การสนับสนุนเป้าหมาย SDG

โครงการนี้ดำเนินการระยะยาวต่อเนื่อง 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2568 – 2571

โดยในปี 2568 เริ่มต้นด้วยการส่งมอบนวัตกรรมหุ่นยนต์ดินสอและอุปกรณ์การแพทย์รวมมูลค่ากว่า 61.6 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลนครปฐม และโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ ดังนี้:

การส่งมอบครั้งที่ 1 : โรงพยาบาลนครปฐม ประกอบด้วย

ลำดับ รายการบริจาค จำนวน (เครื่อง) มูลค่ารวม (บาท)
1 หุ่นยนต์ดินสอ 8 28,862,239.92
2 หุ่นยนต์ดินสอมินิ 20
3 อุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ 8
4 เครื่องดมยาสลบ 2 3,000,000
5 เครื่องช่วยหายใจ 1 1,000,000
รวมมูลค่าทั้งสิ้น 32,862,239.92

การส่งมอบครั้งที่ 2 : โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) ประกอบด้วย

ลำดับ รายการบริจาค จำนวน (เครื่อง) มูลค่ารวม (บาท)
1 หุ่นยนต์ดินสอ 8 28,862,239.92
2 หุ่นยนต์ดินสอมินิ 20
3 อุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ 8
รวมมูลค่าทั้งสิ้น 28,862,239.92

เป้าหมายต่อไปในปี 2569 คือ แผนยุทธศาสตร์ความยั่งยืนระยะยาว (2568-2571): การขยายผลนวัตกรรมเพื่อสังคม

จากความสำเร็จในการส่งมอบนวัตกรรมหุ่นยนต์ดินสออิชิตัน ในระยะแรก อิชิตัน กรุ๊ป ได้กำหนดโรดแมปการดำเนินงานเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายสำคัญดังนี้:

1. Massive Social Impact: ยกระดับสุขภาวะผู้คนในวงกว้าง

โครงการนี้เข้าถึงและสร้างผลประโยชน์โดยตรงแก่ระบบสาธารณสุขไทยในขนาดมหึมา (Scale of Impact):

  • การตั้งเป้าหมายขยายสู่ 28 โรงพยาบาล รวม 30 โรงพยาบาล ภายในปี 2571 คือการวางรากฐาน "โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพดิจิทัล" (Digital Health Infrastructure) เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่เติบโตควบคู่กับความแข็งแกร่งของสังคมไทยอย่างแท้จริง
  • บุคลากรทางการแพทย์กว่า 13,500 คน ได้รับการสนับสนุนเพื่อลดภาระงานและภาวะเหนื่อยล้า (Burnout) และ มีระบบการติดตามผลความพึงพอใจของบุคลากรทุกปี" Monitoring & Evaluation (M&E)
  • ผู้ป่วยกว่า 7.1 ล้านครั้งต่อปี ได้รับบริการที่รวดเร็ว แม่นยำ และเข้าถึงเทคโนโลยี Digital Healthcare ที่เท่าเทียมใน 3 จังหวัดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ

2. Strategic Social Investment: การลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืน

การลงทุนที่คุ้มค่า คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์มูลค่ารวมกว่า 381.9 ล้านบาท ตลอด 4 ปี (2568-2571):

การส่งมอบ หุ่นยนต์ AI จำนวน 480 ตัว สู่ 30 โรงพยาบาล เป็นการวางรากฐาน Digital Health Infrastructure ที่ช่วยลดต้นทุนแฝงของภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรสาธารณสุขในระยะยาว

3. Human-Centric Innovation: นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจ

ตอบโจทย์สิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีของผู้ป่วย: หุ่นยนต์ไม่เพียงทำหน้าที่วัดสัญญาณชีพ (Efficiency) แต่ยังทำหน้าที่ "Entertainment & Monitoring" เพื่อดูแลสุขภาพจิตและสร้างความสุขให้ผู้ป่วยในขณะพักฟื้น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอิชิตันที่ต้องการเติบโตคู่กับสังคมที่ "Feel Good" และมีความสุขอย่างแท้จริง การส่งมอบหุ่นยนต์ดินสอเป็นมากกว่าการบริจาค แต่เป็นการสร้างความผูกพันทางอารมณ์ และความเชื่อมั่นในระยะยาว ผ่านความรับผิดชอบต่อสังคม

ผลลัพธ์และประโยชน์ที่ได้รับ:

  • การสนับสนุนทางการแพทย์: ครอบคลุมทั้งหุ่นยนต์บริการ (One Stop Service), อุปกรณ์วัดสัญญาณชีพ, เครื่องดมยาสลบ และเครื่องช่วยหายใจ
  • การลงทุนทางสังคม: งบประมาณรวมทั้งโครงการกว่า 381.9 ล้านบาท
  • นวัตกรรมหุ่นยนต์: ส่งมอบหุ่นยนต์ดินสอและหุ่นยนต์มินิรวม 480 ตัว
  • ขอบเขตการดำเนินงาน: ครอบคลุม 30 โรงพยาบาล ใน 3 จังหวัด
  • สนับสนุนช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ได้ 13,500 คน
  • สนับสนุนและช่วยดูแลคนไข้ได้ถึง 7.1 ล้านครั้งต่อปี